
การให้บริการ ลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เช่น เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นภารกิจที่สำคัญของท้องถิ่นในการดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งมีกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ดังนี้:
🧾 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
✅ 1. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- เป็นกฎหมายหลักที่กำหนดให้ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับ เบี้ยยังชีพรายเดือน
- มาตรา 11 ระบุให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีเบี้ยยังชีพ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ
- มาตรา 12 ให้สิทธิแก่ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ได้รับการช่วยเหลือโดยไม่เลือกปฏิบัติ
✅ 2. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (เช่น พ.ศ. 2553, 2563)
- ระบุหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ
- กำหนดให้ อปท. เป็นผู้รับลงทะเบียน ตรวจสอบคุณสมบัติ และจัดสรรงบประมาณจ่ายเบี้ยฯ
✅ 3. พระราชบัญญัติเทศบาล / อบต. / อบจ.
- ให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ดูแลสวัสดิการประชาชนในเขตพื้นที่
- รวมถึง การจัดบริการและงบประมาณเพื่อจ่ายเบี้ยยังชีพ
✅ 4. แนวทางการดำเนินงานตามประกาศกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
- เป็นแนวทางปฏิบัติรายปี ที่กำหนดช่วงเวลาให้ผู้สูงอายุ มาลงทะเบียนล่วงหน้า ก่อนถึงปีที่มีสิทธิได้รับเงิน
📋 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
- มีสัญชาติไทย
- มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (นับตามปีงบประมาณ)
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตของ อปท. นั้น ๆ อย่างน้อย 15 วันก่อนวันลงทะเบียน
- ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์รายเดือนจากหน่วยงานรัฐอยู่แล้ว (เช่น บำนาญ บำเหน็จรายเดือน – ยกเว้นขอสละสิทธิ)
✅ ขั้นตอนการลงทะเบียน
- ติดต่อ อปท. ตามภูมิลำเนา (อบต./เทศบาล)
- ยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียนฯ พร้อมเอกสาร:
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- สมุดบัญชีธนาคาร (ถ้ามี)
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและบันทึกข้อมูล
- อปท. จะนำส่งข้อมูลให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
- เริ่มรับเงินในเดือนตุลาคมของปีถัดไป
💰 ปัจจุบัน (อัปเดตตามเกณฑ์ปีงบประมาณ) อัตราเบี้ยยังชีพอยู่ที่
อายุ 90 ปีขึ้นไป: 1,000 บาท
อายุ 60–69 ปี: 600 บาท
อายุ 70–79 ปี: 700 บาท
อายุ 80–89 ปี: 800 บาท